[Fic Saint Seiya] The falling flower [HBD P'Nan]

posted on 14 Oct 2011 00:14 by kk-kaimook

 

 
Name : The falling flower
 
Author : KAIMOOK
 
Note : Happybirthday to พี่แนนนนนนนนนนนนนนนนน!! ;D มีความสุขมากๆๆๆนะคะะะ สุขภาพแข็งแรง สุขกายสบายใจ สวยวันสวยคืน เป็นพี่สาวที่น่ารักๆๆๆๆๆตลอดไปปปปปปป!! ขอบคุณสำหรับทุกๆเรื่องที่ผ่านมานะคะะ พี่แนนเป็นพี่สาวที่น่ารักมากๆๆ ขอบคุณที่ทนความง้องแง้ง(ฮา) ของมุก ทั้งคอยฟังเวลามุกรู้สึกแย่ ทั้งคอยให้คำปรึกษามุกในทุกๆเรื่อง ทำให้มุกรู้สึกดีมากๆเลยค่ะ ดีใจมากๆๆที่ได้รู้จักพี่แนน มุกรักพี่แนนที่สุดในโลกเลย <3 อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไปเลยยย :) แอบขอโทษนะคะ สำหรับฟิคนี้ที่ช้าไป(มากก) ฮ่าๆ ขอบคุณที่ทนรอคะ ฮ่าๆ ยังไงก็ขอเอาเป็นฟิควันเกิดสำหรับพี่แนนเลยนะคะ ^^
 
*ขอบคุณพี่มิ้นสำหรับชื่อฟิคนะคะ ;D

 

   ************************************************

 

เสียงซัดสาดของน้ำฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสายกระทบโสตประสาท ดังเสียจนราวกับก้องเข้าไปในหัว ทัศนียภาพตรงหน้าแย่ลงกว่าเดิมมาก หากนั่นยังไม่เลวร้ายเท่ากับอุณหภูมิรอบกายที่ลดลงอย่างรวดเร็ว บนท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆครึ้ม พื้นหญ้าสีหม่นที่ไหวลู่ไปตามสายลม บรรยากาศทุกอย่างราวกับกำลังร่ำไห้กับการจากไปที่ไม่มีวันกลับขององค์ประมุข แห่งเหล่าเซนต์



รอบหลุมศพหลังพิธีสวดส่งวิญญาณเสร็จ มีเพียงโกลด์เซนต์ที่เหลือยังคงอยู่ข้างกายเคียวโกจนถึงวินาทีสุดท้าย ทุกคนต่างก้มหน้านิ่ง ในขณะที่สองมือถือหมวกคลอธของตนเองไว้ในอ้อมแขน รอบข้างตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบ ทว่าภาพที่อยู่ในจิตใจของทุกคนในตอนนี้คือวันวานเมื่อแซงทัวรี่ครั้งอดีต ราวกับเป็นความทรงจำที่งดงามครั้งสุดท้ายก่อนมันจะหายไปตลอดกาล


พิรุณ สาดสายลงมาปะทะพวงแก้มใส นัยน์ตาสีมรกตหม่นหลุบลง ริมฝีปากซีดเม้มแน่น เรือนผมสีชมพูเปียกลู่แนบดวงหน้า  ในบรรดาโกลด์เซนต์ทั้งหมด คงจะเป็นผู้สถิตลัคนาราศีเมษกระมังที่โศกเศร้าเสียใจเป็นที่สุด ด้วยความที่มีศักดิ์เป็นศิษย์ผู้เชื่อมโยงด้วยสายสัมพันธ์กันตั้งแต่แรกเกิด ราวกับพ่อแท้ๆคนหนึ่งเลยก็ว่าได้



ความเงียบดำเนินไปจนถึงตอนที่ทุกคนทำพิธีเคารพศพเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่โลงจะถูกฝังลงไว้ใต้ผืนพสุธา
หากวินาทีที่ราวกับเห็นร่างขององค์ประมุขค่อยๆลงไปในพื้นดินอันชื้นแฉะช่างปวดใจยิ่งนัก มูเสหน้าหันออกไปทางอื่นทันที

แม้จะเป็นถึงโกลด์เซนต์ผู้แข็งแกร่ง

ทว่านั้นก็เป็นเพียงแค่กายภายนอก

..หาใช่จิตใจ


"มนุษย์เรานั้นเกิดมาเพื่อสิ่งใด.. ท่านรู้หรือไม่"

เสียง นุ่มชิดริมหูอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงแก้วสีมรกตตวัดไปมองด้วยความตกใจ สบกับเปลือกตาสีมุกที่มักจะปิดอยู่เป็นนิจ ดวงหน้าที่ห่างกันเพียงคืบ

"หนึ่งชีวิตของมนุษย์ มีทั้งความทุกข์ ความเศร้า ความโกรธ หึ.. ช่างโง่เขลาเสียจริง

แต่ถึงกระนั้น มนุษย์เราก็ยังคงเกิดมา เพื่อทำสิ่งที่ตนปรารถนาให้เป็นจริง..

แล้วท่านไม่คิดหรือ ว่าสิ่งที่ท่านเคียวโกปรารถนาคือสิ่งใด.."

คำพูดเพียงไม่กี่ประโยค  ราวกับจะซึมซาบเข้าไปในหัวใจอันเศร้าสร้อย

ชายผู้นี้... กำลังปลอบเขางั้นหรือ..

แม้ไม่ใช่ถ้อยคำหวานซึ้ง

หากทำให้ตัวเขารู้สึกเต็มตื้นได้ถึงเพียงนี้


"ขอบคุณท่านมาก" มูพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


"เรา มิได้กระทำสิ่งใด ท่านไม่มีความจำเป็นต้องกล่าวขอบคุณเรา" ก่อนขาเรียวจะเดินออกไปทิ้งไว้ให้ดวงตาสีมรกตของคนที่ยืนอยู่มองตามแผ่นหลัง เงียบๆ


        ***********************


เมื่อมีแสงสว่าง ต้องมีความมืด

เมื่อมีความดี ต้องมีความเลว

และเมื่อมีชีวิต
..ก็จักต้องดับสูญ

แม้ความตายก็มิอาจใช่จุดสิ้นสุด

แล้วสิ่งใดกันแน่ที่เป็นนิรันดร์



กลีบสาละที่ร่วงโรยถูกพัดไปตามแรงลม ท่ามกลางฉากหลังของผืนฟ้าสีทมิฬ หมู่ดาวนับร้อยต่างสว่างไสวราวกับจะเป็นสักขีพยานให้กับการต่อสู้ครั้งนี้ ท่ามกลางสวนดอกไม้ใหญ่ ร่างของนักรบทั้งสามพากันเข้าห่ำหั่นกับบุรุษผู้ยืนหยัดต่อสู้เพียงหนึ่ง เดียว


ขาเรียวในชุดเกราะทองอันเป็นสัญลักษณ์ของเซนต์แห่งราศีกันย์ทรุดลงเล็กน้อย จากแรงปะทะที่ถาโถมเข้ามา ราวกับร่างกายนี้จะฉีกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งความเย็นของน้ำแข็งที่เข้าเกาะกุมจนประสาทสัมผัสด้านชา  ความคมของดาบ ศักดิ์สิทธิ์ที่ทิ่มแทงเข้ามาจนเนื้อแทบฉีก รวมถึงความว่างเปล่าของห้วงมิติของอนาเธอร์ไดแมนชั่นที่ทำให้ร่างกายนี้ราว กับจะสูญสลายไป


"..ชากะ!" ไอโอเรียร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งหน้าบานประตูทางเข้า ร่างกำยำกระโจนเข้าหวังไปช่วยเพื่อนรัก ทว่ากลับมีใครบางคนเข้ามาขวางหน้า


มู!!

"ทำอะไรของนาย!!"


หาก คำตอบที่ได้รับกลับมาคือความเงียบ เขาก้มหน้านิ่ง แผ่นหลังแกร่งพิงประตูบานใหญ่ไว้แฝงความอ่อนล้า เขาหลับตาลงราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีก


"ชากะกำลังจะตายนะ! นายทนได้เหรอ เจ้านั่นเป็นเพื่อนนายนะ!! "


เสียง ทุ้มตะคอกร่างที่ขวางหน้าประตู  พลันใบหน้าของมูทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่ แม้เจ้าตัวจะหลับตา หากไม่สามารถปกปิดความโศกเศร้าที่เอ่อล้นออกมาได้


"อาเธน่า เอ็กซ์คลาเมชั่น!!"แสงสีขาวราวกับจะทำให้ตาบอดชั่วขณะจากพลังสุดขีดคอสโมของอดีตโกลด์เซนต์ผู้แข็งแกร่งทั่งสาม

 

กลีบสาละร่วงโรย

ผืนนภาสีราตรีถูกแต่งแต้มด้วยหมู่ดาวนับล้านโอบล้อมกาย

ราวกับจะชำระวิญญาณผู้หลงผิดทั้งหลาย

 

วิญญาณ ของชากะปรากฎขึ้นท่ามกลางความประหลาดใจของสเป็กเตอร์ทั้งสาม  เปลือกตาที่ เคยปิดอยู่เป็นนิจเผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าดุจน้ำทะเล ริมฝีปากของเขาเอ่ยถ้อยคำบางอย่างออกมา


"
ชีวิตของมนุษย์นั้น ช่างสั้นเหลือเกิน  สั้นจนน่าใจหาย คล้ายเป็นเพียงประกายแสงหนึ่งของดวงดาวเท่านั้น ทว่าในช่วงเวลานั้น มนุษย์เรากลับมีทั้งความสุข ความเศร้า  ความเหงา ความโกรธ"

เขาเผย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความสุขออกมา ก่อนจรดนิ้วลงบนกลีบสาละสีบริสุทธิ์สี่กลีบเพื่อเขียนบางอย่างจะอักษรเลือด เพื่อส่งสารบางอย่างให้กับองค์เทพี

 

ท่ามกลางความระแวงของอดีตสหาย ชูร่าเงื้อท่อนแขนอันเปรียบเสมือนดาบศักดิ์สิทธิหวังทำลายร่างของชากะที่ เดินกลับมานั่งขัดสมาธิให้สิ้นซาก


ทว่าร่างของโกลด์เซนต์หนุ่มกลับสูญสลายไปไม่เหลือแม้เถ้าธุลี


น้ำตาของทั้งสามไหลลงมาอาบแก้มอย่างเงียบงัน


เวอร์โก ชากะ ..จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ



"พอ เถอะ.. ไอโอเรีย" ร่างนั้นกล่าวเสียงแผ่วอย่างหมดแรงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเอื่อยๆลงมาอาบแก้ม เขาสะอื้นเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาว่า"ชากะเขาไปแล้ว.. "


มือเรียวกำสายสร้อยเน้นจนขึ้นข้อขาวก่อนเอามาแนบแก้มช้าๆ หยาดน้ำตาไหลลงมากระทบลูกประคำ ทีละลูก ...ทีละลูก


สิ่งใดคือความตายกันแน่..

บ้างก็บอกว่าเป็นเพียงการพักผ่อน  บ้างก็บอกว่าเป็นความเจ็บปวดทรมาน  บ้างก็บอกว่ามันเป็นจุดสิ้นสุด

ข้าเคยถามท่านอยู่บ่อยครั้ง

หากไม่มีสักครั้ง..ที่จะได้คำตอบ

 

ความตายนั้น..ช่างง่ายดาย

เพียงหายใจเข้า หากไม่หายใจออก
หรือหายใจอออก แต่ไม่หายใจเข้า

เท่านั้น.. ก็พานพบกับความตายเสียแล้ว

แล้วท่านจะยังยึดติดเพียงสองคำสั้นๆนี้ไปเพื่อสิ่งใด


ตลอดชีวิตของมนุษย์นั้น เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็จักต้องพบกับความแก่ ความเจ็บ และความตาย ...

ใช่.. นั่นหมายถึงความสูญเสียที่มีอยู่ทุกวันคืน  ราวกับหมู่ดาวนับล้านที่พร่างพราวเกลื่อนฟ้า


แล้วเราที่เป็นดวงดาวเพียงจุดเดียว จะสำคัญฉไหนเล่า   จริงไหม

 

คล้ายจะเห็นริมฝีปากบางของผู้พูดแย้มรอยยิ้มออกมาบางๆ นัยน์ตาสีน้ำทะเลจ้องเขานิ่งๆ ทว่าอ่อนโยน ความอบอุ่นทาบทับมาที่ข้างแก้ม ปาดน้ำตาที่ไหลรินออกไปจากใบหน้าเนียน


"ไอโอเรีย" มูพูด"เจ้าได้ยินอะไรหรือเปล่า"


"..หือ" แววตาของไอโอเรียงุนงงเล็กน้อยเมื่อหันกลับมาหามู


"งั้น หรอกหรือ.. ช่างมันเถอะ ไม่มีอะไรหรอก" เขาพูดออกมาอย่างแผ่วเบาเป็นการพึมพัมกับตนเอง ก่อนคลี่ยิ้มออกมาบางๆกับสิ่งที่สัมผัสได้จากคอสโมของสหายรัก


จุดประสงค์ของชากะนั้น เขาเข้าใจดี

สิ่งที่เซนต์ทุกคนพึงกระทำ

สิ่งที่ราวกับเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเซนต์


ปกป้ององค์เทพีแห่งชัยชนะของพวกเรา


ชีวิตที่ชากะได้เสียสละไปนั้น มิใช่ว่าจะสูญเปล่า   มันเป็นสิ่งที่หากไม่ยอมใช้กระทั่งชีวิต ก็คงจะมิสามารถทำได้


ความตายนั้นเป็นสิ่งที่เขาได้เลือกแล้ว
แม้กระทั่งสถานที่
.. ยังเป็นใต้ต้นสาละ ที่เดียวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน

ใช่.. หากในด้านของพวกเราเหล่าเซนต์ นั่นก็หมายถึงเอกเซนต์



การจะขัดขวางการต่อสู้ของเหล่าเทพเจ้าที่แสนสูงส่งได้นั้น จำเป็นต้องแลกกับทั้งชีวิต

ยมโลก.. มิใช่สถานที่ที่มนุษย์จะย่างกรายเข้าไปได้



"ไป กันเถอะสหาย"มูพูดขึ้นหลังเวลาผ่านไปสักพัก ดวงหน้าหวานหันกลับไป ก่อนจะสบตากับโกลด์เซนต์ทั้งสอง  แววตาที่สบกลับมานั้น เต็มไปด้วยความแน่วแน่ ไม่เจือความลังเลแม้แต่น้อย


เพื่อสหายคนสำคัญ

เพื่อโลกอันเป็นที่รัก

เพื่อองค์เทพีของพวกเรา!

edit @ 14 Oct 2011 00:49:44 by KAIMOOK