[Fiction]Missing part[Saga x Kanon] ตอนที่ 2

posted on 08 Jun 2010 22:37 by kk-kaimook

 

Story :: Missing part

Authors :: KAIMOOK

ชื่อเรื่อง ::  mummy


....ครึ่งหนึ่ง....


....สิ่งที่ต้องแบ่งกัน....


...สาเหตุของความเกลียดชัง..


หรือเป็นเพียง

.... ข้ออ้าง



ความเย็นชื้นรอบกายปลุกให้เปลือกตาสีมุกค่อยๆลืมขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำทะเลกระพริบถี่เพื่อปรับสภาพสายตา เรียวแขนผอมจากการขาดอาหารพยายามยันร่างอ่อนแรงของตน ความรู้สึกแรกที่กระทบผิวกายคือความชื้นที่วิ่งเข้ามา เมื่อดวงหน้าแหงนขึ้นกลับกลายเป็นผืนน้ำแทนที่จะเป็นผืนนภาอย่างที่เคย รอบกายเต็มไปด้วยเสาทรงกรีกในสมัยเทพเจ้า แม้ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้ว่าที่นี่เป็นดินแดนใต้สมุทรของโพเซดอน  แต่ประเด็นก็คือ เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน



ฉับพลัน! ภาพบางอย่างคล้ายจะปรากฎเข้ามาในหัวสมองของเขา

'


'


'

เส้นผมสีน้ำทะเล ใบหน้าเนียนติดจะโทรมลงไปถนัดตา เนื้อตัวสกปรกกับเสื้อผ้าขาดวิ่นแขนผอมพยายามจะหยิบด้ามของหอกสามง่ามอันเป็นอาวุธที่ทรงอนุภาพของจ้าวสมุทรที่บัดนี้มันได้ถูกผนึกโดยยันต์ของอาเธน่า ทว่าเจ้าของมือที่กำลังหยิบอยู่นั้นกลับมันขึ้นมาหมายจะปลดผนึกก่อนที่จะเกิดลมกระโชกแรงขึ้นมาพร้อมๆกับคอสโมแห่งความชั่วร้ายที่ชักพาให้ร่างนั้นจมดิ่งลงไปใต้ทะเลลึก



ร่างๆหนึ่งเดินเข้ามาในวิหารใต้สมุทร เข้าไปในส่วนลึกที่สุดคล้ายจะเห็นอะไรบางอย่างที่ใฝ่หามานาน คนโฑสีสะอาดลงด้วยลวดลายวิจิตรแม้จะเก่าไปบ้างบ่งบอกถึงอายุทว่ากลับไม่มีฝุ่นเขรอะอยู่เลยแม้แต่น้อย  


....เส้นเกศาสีน้ำทะเลกับดวงตาสีเดียวกัน


.... ใบหน้าเดียวกับคนที่เขารัก


....... ทุกสิ่งทุกอย่างที่บอกว่าคนตรงหน้านั้น  คือตัวเขาเอง.......



อะไรบางอย่างเรียกให้ขาเรียวก้าวเข้าไปข้างในนั้น สติคล้ายจะเลือนรางไปครู่หนึ่ง รู้ตัวอีกทีกระดาษแผ่นหนึ่งก็มาอยู่ในมือเสียแล้ว เมื่อพินิจดูดีๆแล้ว มันออกคร้านสีเหลืองไปบ้าง สภาพก็ย่ำแย่พอควรราวกับมีหลายคนพยายามจะกำจัด ลวดลายภาษากรีกที่เมื่อเห็นแล้วก็รู้ทันทีว่าเป็นของเทพีแห่งสงคราม หากก่อนจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้  กลุ่มควันสีหม่นบางอย่างก็ค่อยๆลอยขึ้นมา



'เจ้าน่ะหรือ ... ที่ปลุกข้าออกมาจากห้วงนิทรา' เสียงทุ้มทรงอำนาจก้องกังวานไปทั่ววิหาร



'เออ.. นอกจากข้าแล้วจะมีใครอีกล่ะ' เสียงหวานตอบกลับไปตามนิสัยปกติ



'สามหาว!! นี่เหรอคำพูดที่เจ้าใช้กับเทพเจ้า !' เสียงตวาดกึกก้องกัมปนาถด้วยเพลิงโทสะเพราะไม่เคยมีใครพูดจาเช่นนี้กับเขา คลื่นน้ำรอบๆเริ่มก่อตัวเป็นเกลียว แรงอัดค่อยๆปะทะกับร่างบาง



'จะดีเหรอ...' เสียงนั้นยังคงยียวนดังเดิม'ข้าน่ะ.. มียันของอาเธน่าอยู่ในมือนะ แถมยังมีคนโฑ และยิ่งไปกว่านั้น ข้าเป็นคนปลดผนึกท่านนะ'



'แล้วเซนต์แห่งอาเธน่าจะมาปลดผนึกข้าเพื่อเหตุอันใดกัน'



'เคยเป็นต่างหากล่ะ' นัยน์ตาสีครามพลันหมองลงเล็กน้อยก่อนจะแสร้งทำเป็นเหมือนปกติ'แต่เรื่องนั้นช่างมัน.... ท่านน่ะ อยากกำจัดอาเธน่าหรือเปล่าล่ะ'



'แน่สิ นางเป็นศัตรูกับข้าหนิ '



'ข้าช่วยท่านได้นะ' คาน่อนเริ่มออกตัว นัยน์ตาสีครามพราวระยับประกายแววเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัยในหัวเริ่มคิดถึงแผนที่จะครองโลก


ครองโลกงั้นเหรอ …  ฉันอยากทำแบบนั้นจริงๆเหรอ..

หากฉันครองโลกได้ พี่จะหันกลับมามองฉันไหม…

หากฉันครองโลกได้ พี่จะกลับมาหาฉันเหรอ

…. พี่จะรักฉันจริงเหรอ



แววตาเริ่มกลับมาในดวงตาสีครามนั้นอีกครั้งราวกับการกลับมามาจากการย้อนอดีต ความเจ็บปวดมวนๆในหัวเริ่มเข้าโจมตี คิ้วเรียวเริ่มขมวดเมื่อความปวดนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะพยุงตัวไว้ไม่ไหว ร่างบางถึงกับทรุดลงไปอีกครั้งก่อนแรงบางอย่างปะทะเข้าที่กายบางจนติดผนังจนสติแทบขาด ในขณะที่ภาพตรงหน้ากำลังจะมืดลงประกายแสงสีทองของคลอธที่เขาคุ้นเคยพลันสะท้อนเข้ามาทางจักษุประสาทพร้อมๆกับเส้นผมสีเดียวกับเขา












 ร่างหนึ่งในเจมินี่คลอธหากสีทองของคลอธกลับประกายหม่นต่างจากเดิมที่เคยมีเพียงคอสโมแห่งความยุติธรรม..ราวกับจิตใจของผู้เป็นเจ้าของ ที่ฉาบไปด้วยความมืดเสียจนแม้แต่แสงสุริยันแห่งเทพอพอลโลก็มิอาจสาดส่อง


ความมืดที่ย่างกราย..

ความชั่วร้ายที่ค่อยๆคืบคลาน..

หยาดเลือดอันโสมมชโลมไปทั่วมือ..

….มันเป็นเครื่องบ่งบอกถึงสิ่งที่เขากระทำลงไป

นับแต่วันที่ผู้เป็นน้องของเขาไป ..

เขาไม่อยากให้น้องเห็นด้านที่ชั่วร้ายของเขา..


วันนั้น.. วันเดียวกันกับที่คาน่อนตกอยู่ในซี่กรงกับคลื่นทะเลอันโหดร้าย ..วันที่สีแดงของโลหิตค่อยๆเปรอะไปทั่วมือทั้งสองข้าง ร่างไร้วิญญาณของอดีตประมุขแห่งเซนต์ แม้สิ่งที่เขากระทำลงไปจะเต็มไปด้วยบาปอันหนักอึ้ง..หากสองขายังก้าวเดินต่อไป ไขว้ขว้าหาบางสิ่งที่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็มิอาจเติมเต็ม สิ่งที่เรียกว่าอำนาจ..

เหนื่อยไหม…. เหนื่อยสิ เหนื่อยเสียจนแทบอยากจะล้มลงไปเดี๋ยวนั้น อยากทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ อยากพักพิงกับแผ่นหลังของใครสักคน

แล้วตอนนี้ล่ะ.. มีใครสักคนไหม  ใครที่อยู่เคียงข้าง ใครที่ค่อยให้พักพิง
…เขาเองนั่นแหละที่เป็นคนทำลายใครคนนั้นนั้นกับมือ..
แต่มันไม่ได้แล้วล่ะ… ทุกสิ่งทุกอย่างมาจนถึงตอนนี้แล้ว ถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว

คาน่อน…

…นายอยากได้อำนาจไหม

…หากฉันได้อำนาจที่ยิ่งใหญ่มาครอบครอง

แล้วฉันจะมีค่าพอ.. ที่จะกลับไปหานายหรือเปล่า


แขนแกร่งประคองร่างบางไว้ในอ้อมแขน ในขณะที่หันมาประจันหน้ากับร่างเทพของจ้าวสมุทร ก่อนที่จะได้ทันทำอะไรความเร็วของเทพก็ปะทะเข้ามา ซางะใช้หลังตัวเองกำบังแรงนั้นจากน้องของตน ของเหลวสีชาตค่อยๆริน
ลงมาจากมุมปาก ฉับพลัน!ด้วยความเร็วแสงของผู้เปรียบเสมือนประมุขแห่งโกลด์เซนต์พลันเข้าไปหาร่างเทพก่อนทุกอย่างจะหยุดนิ่งคล้ายกับกลายเป็บภาพลวงตา


…. ร่างสูงหายไป โดยทิ้งกาลเวลาที่คล้ายกับจะหยุดนิ่ง ณ ตอนนั้นไว้เบื้องหลัง


***********************************************

นัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าว ดุดัน และไม่ไว้ใจจากผู้เป็นเทพเจ้าพลันแปรเปลี่ยน ชุดสเกลซีดราก้อนปรากฎขึ้นมาตรงหน้าพร้อมกับสเกลชุดอื่นๆ จ้าวสมุทรตกลงร่วมแผนการครองโลกกับคาน่อนพร้อมกับมอบตำแหน่งหัวหน้ามารีนเนอร์ให้ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนอย่างไม่น่าเชื่อ


…. นี่ตกลง ทุกอย่างมันเป็นความจริงแน่เหรอ


มันง่ายอย่างนั้นจริงๆเหรอ …


ทุกวันผ่านไปอย่างราบรื่น ดูเหมือนจะไม่มีใครหวาดระแวงเขาเลยแม้กระทั่งผู้เป็นเทพเจ้าก็ตาม เรียบง่าย… จนดูเหมือนจงใจ คล้ายจะว่างเปล่ายิ่งกว่าชีวิตอันมืดมิดในคุก แม้มีอิสระ .. หากนี่จะเป็นอิสระอันแท้จริงได้หรือ


อิสระ… กับปีกเพียงข้างเดียว
..มันจะกระพือขึ้นเพื่อโผบินได้อย่างนั้นเชียวหรือ


วันหนึ่งๆกับการเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่าง  มันอึดอัดขนาดนี้ หัวใจที่คอยแต่เฝ้ารอคนเพียงคนเดียว แม้เขาจะปฏิเสธเท่าไหร่ก็ตาม หากก็ไม่สามารถปฎิเสธความเจ็บปวดได้เลย

ทำไมกันนะ…

…ถึงคิดถึงพี่ขนาดนี้

ซางะ....

 กลับมาหาฉันเถอะ.. ไม่ว่าพี่จะทำอะไร ฉันก็จะอย่าข้างพี่ ฉันจะไม่พูดอะไรโง่ๆอีกแล้ว เพราะงั้น อยู่กับฉันเถอะนะ..


ฉันจะทำทุกอย่าง กระทั่งทำลายโลกใบนี้ เพื่อให้ได้อยู่ข้างพี่ !!

--------------------------------------------------------------------------------

 ตอบคอมเม้นท์

GOY - ยังจะหมดอารมณ์อีกเหรอ .. ตอนนี้ชอบแล้วนี่จ๊ะที่รัก =w=

Rabbit - ดีใจที่ชอบนะคะ มาอัพแล้วค้า

Comment

Comment:

Tweet

เป็นตอนที่อ่านเเล้วรู้ศึกว่ามันส์มาก ชอบมากเลยคะ

#1 By kyoiji on 2010-10-09 21:26