[Fic KHR] Just the way you are [100S]

posted on 19 Feb 2011 00:46 by kk-kaimook
 หลังจากไม่ได้อัพซะตั้งน๊าน นานนนน (/ยังไม่ได้อัพภาพคอสTGSเลยวุ้ย...)
 
เอาเป็นว่าถือโอกาสมาลงฟิคที่เพื่อนเคยรีเควสเลยละกันนะ(/โดยส่วนตัวก็แอบอยากแต่งเองด้วยแหละ)
 
ถึงแม้...คู่มันจะแปลกไป(ไม่)หน่อย...
 
แต่เค้าก็ไม่ได้สลับposition อะไรใครเลยน้า>O<///
 
 
Name : Just the way you are
 
Author : KAIMOOK
 
Note : แต่งให้เอ็งละนะจอย.. แม้มันจะค้างมาเป็นปีก็เถอะ... (..เพราะแกน่าหมั่นไส้แน่ๆ ฟิคเลยช้า แบร่!)
 
Warning : คู่แปลกโคตรรรรรร ! (/จะมีใครจิ้นแบบฉันไหมม...)
 
*ขอบคุณพี่แนนสำหรับชื่อฟิคคะ><//
 
 
*******************************************************
 
 
สีชาดของเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำรุนแรง ช่างดูเข้ากันเมื่อถูกโอบอุ้มโดยผืนนภาสีมืด


ด้วยทั้งคู่..ต่างเป็นตัวแทนแห่งความหวาดกลัว
ไม่ว่าจะสีเลือดอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจ็บปวด...
หรือสีทมิฬที่คล้ายจะยัดเยียดความตายให้แก่ผู้คน


การจับคู่ที่ราวกับภาพฝัน



ถ้าเช่นนั้น



นภาสีพิสุทธ์จะต้องอยู่อย่างเดียวดาย


หรือ


.... จะช่วงชิงหยาดพิรุณที่แสนงดงาม




************************


ร่างในชุดหนังที่ขาดวิ่นล้มลงไปกับพื้นคอนกรีต โลหิตจากบาดแผลต่างพากันไหลลงตามแรงโน้มถ่วงจนเกิดเป็นแอ่งขยายแผ่วงกว้าง เรือนผมสีเงินแผ่สยายอย่างยุ่งเหยิงปกปิดใบหน้าเนียนซีดราวกับแผ่นกระดาษ  แขนเรียวข้างสำคัญถูกตัดออกไม่มีชิ้นดี เหลือเพียงเศษเนื้อกับรอยแผลเหวอะ  


ดูท่าว่าฉลามคลั่งแห่งวาเรียจะสิ้นชื่อคราวนี้แล้วจริงๆ

นัยน์ตาสีน้ำแข็งที่เคยหยิ่งทะนง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวังไร้ความมั่นใจ   อความารีนน้ำงามไร้แววคล้ายว่าสติสัมปชัญญะกำลังจะหลุดลอย


ความมืดค่อยๆย่างกราย


สีของนภาที่เขาเฝ้าโหยหา


ราวกับจะกักขังเขาไว้ในวังวนอันไร้จุดสิ้นสุด




ชั่วพริบตานั้น แสงนวลตาจากสีพิสุทธิ์กลับเข้ามาในประสาทสัมผัส
ดึงตัวเขาผู้สิ้นหวังกลับขึ้นมาจากขุมนรกอันแสนหนาวเหน็บ


ยามนี้ร่างสะบักสะบอมของฉลามขาวสิ้นสติไปเสียแล้ว ยามาโมโตะไม่รีรอ วิ่งเข้าไปหาเจ้าตัวด้วยความรวดเร็วพร้อมอาวุธคู่ใจหมายช่วยชีวิตผู้เปรียบเสมือนอาจารย์ของเขา


ทว่า... โลกแห่งความเป็นจริงมันไม่ง่าย
นัก เพราะกว่าจะสาวเท้าเข้าไปถึงสควอโล่ พลันมีร่างหนึ่งมาขวางกันระหว่างพวกเขาสองคน

บุรุษผู้ราวกับเป็นเจ้าชีวิตแห่งมิลฟิลโอเล่

นัยน์ตาสีอเมทิสเจือแววจริงจังอย่างหาได้ยาก ทั้งที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาเป็นจำนวนมาก หากริมฝีปากได้รูปกลับคลี่ยิ้มออกมาคล้ายกำลังเย้าหยอก ขาเรียวย่อลงพร้อมๆกับช้อนเรือนร่างนั้นไว้  มือข้างหนึ่งกดเรือนผมนุ่มนั้นให้ฝังลงกับแผงอกก่อนเดินขึ้นเฮลิคอร์ปเตอร์ที่มารับด้วยท่าทางใจเย็น โดยไม่แม้จะปรายตามองผู้พิทักษ์พิรุณแห่งวองโกเล่แม้แต่น้อย



....ราวกับกำลังดูถูก.......



"เบียคุรัน!!!!" เสียงทุ้มตวาดออกมาด้วยแรงโทสะ เส้นเลือดที่ขมับคล้ายกำลังกระตุก นัยน์ตาสีเปลือกไม้เจือด้วยเพลิงไฟคุกรุ่น บ่งบอกถึงอารมณ์โกรธแค้นอย่างที่หาได้ยากจากยามาโมโตะ
ดาบไม้เนื้อดีกระแทกลงพื้นอย่างแรงราวกับเป็นการระบายอารมณ์

เจ็บใจ.. กับความอ่อนแอของตนเหลือเกิน...

ทำได้เพียงเฝ้ามองผู้เป็นอาจารย์ถูกพาตัวไป โดยมิรู้เสียด้วยซ้ำว่าเจ้าตัวจะเป็นหรือตาย..




******************

แพขนตากระพิบถี่พร้อมๆกับที่ทัศนียภาพรอบด้านค่อยๆชัดเจนมากขึ้น ใบหน้าเนียนถูกกลบด้วยเครื่องช่วยหายใจ ในขณะที่เรือนร่างเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยสายระโยงระยางทำให้บัดนี้สควอโล่ไม่สามารถแม้แต่จะขยับตัว สัมผัสเย็นของโลหะที่ข้อมือข้อเท้า  ตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเขาอย่างแท้จริงก้อนเนื้อในหัวเต้นตุ้บด้วยความรู้สึกเจ็บปวดราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง กระทั่งลมหายใจยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก



ช่างน่าสมเพช


นี่หรือ.. การมีชีวิตอยู่..
เช่นนั้นแล้ว สู้ตายไปเลยจะไม่ดีกว่าหรือ



"ตื่นแล้วเหรอ" น้ำเสียงนุ่มทุ้มระคนขี้เล่นดังเข้ามาในโสตประสาทชวนให้ฉลามขาวอยากจะฟันเจ้าของเสียงนั้นให้ขาดเป็นสองท่อนด้วยความหมั่นไส้ หากสิ่งที่เขาทำได้คงจะมีเพียงการมองจิกเบียคุรันด้วยสายตาเท่านั้น


ชั่วครู่ เครื่องช่วยหายใจอันใหญ่ก็ถูกเปลี่ยนเป็นเพียงท่อเสียบจมูกอันเล็กพอที่จะทำให้เขาสามารถเปล่งเสียงออกมาได้



"ทำไมไม่ใส่อันนี้ตั้งแต่แรกล่ะโว้ย!!" ทันทีที่ท่อนั้นเข้าที่ เสียงแหบห้าวจากร่างบนเตียงพลันตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าคนปกติหลายเท่านัก แม้เจ้าตัวจะบาดเจ็บสาหัสอยู่ก็ตาม


"ไม่งั้นเธอก็โวยวายแบบนี้ล่ะสิ ฉลามน้อย" เบียคุรันกลับสาวเท้าเข้ามาใกล้ก่อนส่งสัญญาตให้บรรดาแพทย์และพยาบาลทั้งหมดในห้องออกไป


"ฉลามน้อยบ้าอะไรของแกวะ!!"


"ไม่เอาน่า  แค่เล่นด้วยนิดหน่อยจะเป็นไรไป"ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มอีกครั้ง"อย่างไรซะ  เธอก็ต้องเป็นของฉันอยู่แล้ว"


ไม่มีแม้แววล้อเล่นจากนัยน์ตาคู่นั้น มือแกร่งกดทับไหล่ที่สั่นเทิ้มอย่างไร้ความปรานี

ความต่างกันของร่างกาย

ไม่มีแม้แต่กำลังจะขัดขืน

พันธนาการจากมือคู่นั้น...
ราวกับเป็นการประกาศความสูญสิ้นอิสรภาพของฉลามคลั่งแห่งวาเรีย


ตลอดกาล




นับจากวันนั้น เบียคุรันก็ส่งคนมาคุมเขาตลอดเวลา ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเขาสิ้นท่าแล้วแท้ๆ  แต่หากเจ้าตัวปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพัง.. คงจะรู้สึกเสียศักดิ์ศรีสิ้นดี

..หมอนั่น..ให้เกียรติเรา?

ไม่มีทาง...!



เมื่อเวลาผ่านไป  สภาพร่างกายของเขาก็ดีขึ้นตามลำดับถึงขนาดไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทว่า ร่างอ่อนแรงนั้นยังคงถูกพันธนาการไว้เช่นเดิม


"หืม  ดูท่าอาการจะดีขึ้นแล้วนี่" ใบหน้าคมคายปรากฎเข้ามาในสายตา นับเป็นครั้งที่สองตั้งแต่เขาโดนจับมา หากสควอโล่เรียนรู้ที่จะไม่โต้ตอบจากเหตุการณ์ครั้งก่อน  ทว่าความทรนงในแววตานั้นยังไม่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม


"คิดว่าจะเงียบไปได้สักเท่าไรกัน " เอ่ยกลั้วหัวเราะก่อนนิ้วเรียวจะบีบคางตรงหน้า "ปากสวยๆนั่น ฉันจะเปิดมันเอง"


ริมฝีปากได้รูปพลันบดขยี้ลงมา ลิ้นเรียวเข้าสำรวจโพรงปากอย่างหนักหน่วงคล้ายเป็นการหยอกล้อ หากมันช่างทรมานเสียเหลือเกิน

จุมพิตที่เป็นไปด้วยความเจ็บปวด

ไม่มีแม้ความรักที่มอบให้

กระทั่งความอบอุ่นนุ่มนวล..


ร่างบนเตียงหอบจนตัวโยน ทว่าทันทีที่ถอนริมฝีปากออก ข้อมือทั้งสองพลันเป็นอิสระจากโซ่เหล็ก หากกลับถูกแทนที่ด้วยมือแกร่งที่บีบแน่นเสียจนกระดูกแทบร้าวพร้อมๆกับร่างข้างบนที่คร่อมลงมา


เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นด้วยเวลาเพียงชั่วขณะเท่านั้น ..



ทั้งห้องตกลงสู่ความมืด

ยิ่งทำให้เรือนผมสีสว่างนั้นแจ่มชัดขึ้น


ริมฝีปากใกล้เข้ามาทุกขณะ

พร้อมๆกับที่...


อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายบนร่างกายหลุดออกไป




ไม่!!!

'

'


'


"แก... ฆ่าฉันซะเถอะ" ร่างที่ถูกพันธนาการด้วยสายโซ่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับความสิ้นหวัง นัยน์ตาสีน้ำแข็งคล้ายจะไร้แววหยิ่งทรนงอย่างที่เคย  พลางขบริมฝีปากซีดช้ำด้วยความสมเพชในตัวอย่างจนแทบจะทนไม่ได้ ร่างกายอันบอบช้ำจากการถูกย่ำยีครั้งแล้วครั้งเล่า  ในวันเวลาที่ราวกับจะไร้จุดสิ้นสุด หยาดน้ำสีใสเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่นั้นเป็นครั้งแรก

ดูท่าว่าสิ่งที่จะปลดปล่อยเขาได้..คงจะมีแต่ความตายกระมัง


ริมฝีปากเหยียดพลันหุบยิ้มทันที ชั่วพริบตานั้นนัยน์ตาสีอเมทิสฉายแววผิดหวัง ตัวเขานั่งอยู่บนเตียงที่เต็มไปด้วยรอยยับข้างๆฉลามขาว เบียคุรันรู้สึกผิดหวังในตัวคนข้างหน้านี้เป็นครั้งแรก ที่เขาจับตัวสควอโล่มาก็เพราะรู้สึกถูกใจรองหัวหน้าแห่งวาเรียไม่น้อย หากในยามนี้ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นฉลามคลั่ง กลับกลายเป็นอ่อนแอได้ถึงเพียงนี้  ร่างอ่อนแรงบนเตียงขาวคล้ายจะดูราวกับจะถูกกลืนกินลงไปได้ง่ายๆ


ช่างน่าสมเพช


"ได้สิ ถ้าเธอต้องการ" ไม่มีแม้แต่จะเหนี่ยวรั้ง ริมฝีปากได้รูปนั้นยังเหยียดยิ้มอยู่เช่นเดิม



บรรยายกาศภายในห้องคล้ายจะเงียบกริบ ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจรวยรินของร่างอ่อนเปลี้ยที่ถูกพันธนาการบนเตียง เบียคุรันขึ้นไปที่เตียงก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างปลดสายโซ่นั้นส่งผลให้ร่างที่ถูกตรึงลงมาตามแรงโน้มถ่วง

ไร้ซึ่งอ้อมกอดอันแสนอ่อนโยน


ในวินาทีที่สติของฉลามขาวเกือบจะหลุดลอยพลันเสียงโลหะที่คุ้นเคยเข้ามาในประสาทสัมผัส


ราวกับบุรุษผู้เปรียบเสมือนพระเจ้าอันแสนบริสุทธิ์จะประทานพรข้อสุดท้ายของชีวิตให้เป็นดังปรารถนา


ดาบที่ตัวเขาเคยใช้คร่าชีวิตผู้คนถูกส่งมาให้ถึงมือ


"แล้วเย็นนี้ฉันจะกลับมาดู" ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาก่อนเจ้าตัวจะหันหลังกลับไปโดยไม่ไยดีร่างที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง"...ศพของนาย"



***********************


คำปรามาสที่นายให้ฉัน

การกระทำที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีที่ฉันแสนจะภูมิใจ

ราวกับได้ฆ่าฉันไปแล้วทั้งเป็น

แล้วร่างกาย..ที่คล้ายจะไร้ซึ่งหัวใจดวงนี้

จะยังอยู่เพื่ออะไรอีก


ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาในประสาทสัมผัส รู้สึกได้ถึงความอุ่นของหยดเลือดที่ไหลรินมาตามข้อมือ

ราวกับดวงวิญญาณจะหลุดลอยออกไปตามกระแสโลหิตนั้น


ภาพตรงหน้าค่อยๆพร่าเลือนขึ้นเรื่อยๆ

ในหัวมันปวดไปหมด

ร่างกายที่ถูกย่ำยีจนหมดสภาพ

ทรมานจนแทบทุรนทุรายอย่างน่าสมเพช


อีกไม่นาน... ฉันคงได้รับการปลดปล่อยแล้วสินะ...


..ก่อนสติสัมปะชัญญะจะดับไป..


กลิ่นยาฆ่าเชื้ออบอวลไปทั่วบริเวณปลุกประสาทสัมผัสของร่างบนเตียงให้ตื่นขึ้น อความารีนน้ำงามค่อยๆเผยออกมาก่อนจะกระพริบสองสามครั้งไล่ความมึนงง ผิวกายขาวหากเต็มไปด้วยร่องรอยอันเป็นผลจากการกระทำของคนที่เขาเกลียด ราวกับเป็นการตีตรา คล้ายจะตอกย้ำถึงศักดิ์ศรีที่ถูกทำลายจนไม่มีชิ้นดี  ทำไมตัวเขาถึงยังไม่ตาย? เป็นความคิดแรกเมื่อเจ้าของร่างได้สติก่อนมองไปรอบๆ ทั่วทั้งห้องถูกทาด้วยสีขาวสะอาด กลิ่นยาฆ่าเชื้อน่าคลื่นไส้พวกนี้ก็ทำให้เขารู้ว่าตนอยู่ที่ไหน

ใครช่วยเขาไว้

"ซ..แซนซัส…?“

"เสียใจด้วยนะ ฉันไม่ใช่คนที่เธอต้องการหรอก” ผู้มาเยือนเอ่ยขัดความคิดของฉลามขาว ริมฝีปากได้รูปแย้มรอยยิ้มขี้เล่นออกมา คล้ายเป็นการเย้ยหยัน


"แกจะมา..รอเก็บศพฉัน..ม..ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึง...ช่วยฉัน" เสียงแหบเอื้อนเอ่ยด้วยความยากลำบาก


ไร้ซึ่งคำตอบหากแทนที่ด้วยใบหน้าคมคายที่โน้มลงมาจนแนบชิดริมหู นัยน์ตาสีอเมทิสอันแสนลึกล้ำนั้นเข้มขึ้นจนดูราวกับไร้จุดสิ้นสุดต่างจากปกติที่จะเจือแวววขี้เล่นอยู่เป็นนิจ คิ้วเรียวขมวดลงเล็กน้อยในขณะที่ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยอย่างแผ่วเบา


"ใช่ ฉันมารอเก็บศพเธอจริงๆ...แต่ไม่รู้ทำไม ชั่วขณะที่ร่างอันรวยรินของเธออยู่ตรงหน้า ร่างกายของฉันมันก็เดินเข้าไปหาเธอก่อนหน้าสมองจะสั่งการเสียอีก"


เบียคุรันพูดออกมาอย่างจริงใจเป็นครั้งแรก


เธอที่แสนเย่อหยิ่ง

เธอที่แสนทรนงในศักดิ์ศรี

เธอที่แสนภักดี

เพราะเธอ

...เป็นเธอ


"และตอนนี้  ฉันก็ได้รู้ ...รู้จากการที่เกือบจะต้องพบกับการสูญเสียอันยิ่งใหญ่" เขาว่าก่อนที่มือแกร่งจะช้อนร่างตรงหน้ามาไว้ในอ้อมแขน "โลกที่ไม่มีเธอ มันก็ไม่ต่างอะไรจากขยะไร้ค่า"


..แม้ฉันจะเป็นพระเจ้าผู้สร้างโลกใบใหม่

แต่โลกใบนี้ที่ไม่มีเธอ...

...ฉันจะทำลายมันให้สิ้นซากเอง...
                                                                     -[END]-

Comment

Comment:

Tweet

มาอ่านแล้วววววววว
นานไปรึเปล่าsurprised smile
อ่านแล้วแอบอยากให้หลามตายอ่ะ 55555555

#6 By chuan.chuen on 2011-05-21 09:38

ถามว่าคู่นี้แปลกไหม? พี่ขอตอบในฐานะที่ไม่รู้จักรีบอร์นว่าพี่รับได้(อาจเป็นเพราะเราโรคจิตชอบอะไรแปลกๆพอกัน)

เเอบรู้สึกว่ามีการหักมุมในเรื่องความรู้สึกของพระเอก (จนป่านนี้ก็ยังจำชื่อท่านไม่ค่อยได้) จากที่ย่ำยีอีกฝ่ายทั้งร่างกายเเละจิตใจจนไม่เหลือชิ้นดี กลับมีความเมตตตาเกิดขึ้นในหัวใจ หรือเพิ่งนึกได้ว่าขาดเธอฉันขาดใจมะรู้งิ >< ทำให้รู้สึกว่าสีสันที่มันดำทมึนมาเกือบตลอดเรื่องมันมาสว่างขึ้นตรงนี้เอง

อีกอย่างคือนางเอก พี่ไม่รุ้ว่าบุคลิคปกติเค้าเป็นยังไง เเต่ใจเเอบคิดว่าน่าจะเป็นคนที่ฮึดสู้พอควร พอเห็นเค้าหมดอาลัยตายอยากเลยดูน่าสงสาร


เเต่งมาอีกเยอะๆนะคะน้องมุก เล้วจะตามมาอ่าน+เม้นค่ะ
big smile

#5 By ~Moondrop~ on 2011-02-20 15:08

open-mounthed smile

#4 By Nu_NiNg on 2011-02-20 08:42

กี๊สสสสสส~~
กดไลค์คะน้องมุกcry Hot!

#3 By Lucifer_Mik@n on 2011-02-19 15:04

cry

#2 By saintcosevent on 2011-02-19 01:59